ขนมลาดู ขนมมงคลของอินเดีย

ขนมลาดู ขนมหวานของอินเดียมีลักษณะเป็นก้อนกลมๆสีเหลืองเนื้อหยาบสีเหลืองของขนมนั้นทำมาจากถั่วเหลืองและมีการใช้วัตถุดิบต่างๆเพื่อให้มีรสชาติที่มันๆ ออกทางเลี่ยนๆ นอกจากเป็นขนมขึ้นชื่อของอินเดียแล้ว ขนมลาดูนั้นเป็นขนมมงคลที่ใช้ในการทำเพื่อถวายบูชาแด่ พระพิฆเณศ มีเรื่องเล่าที่ว่า ลาดูนั้นเป็นขนมที่พระพิฆเณศทรงโปรดปรานอย่างมาก จะเห็นได้จากรูปพระพิฆเณศในพระหัตถ์ของท่านจะถือถาดขนม ลาดู อยู่เสมอ และพระองค์ได้ประกาศว่าผู้ใดถวายขนมลาดู ไม่ว่าจะด้วยความปรารถนาใดๆ ผู้นั้นก็จะสมหวังตามคำขอ ดังนั้นจึงมีความเชื่อว่า ผู้ที่ถวายขนมลาดูแก่พระพฆเณศ ผู้นั้นจะประสบความสำเร็จตามความปรารถนา

ขนมลาดู ถือว่าเป็นขนมอินเดียโบราณที่มีมายาวนานแล้วคาดว่ามีการทำขึ้นเพื่อถวายแด่องค์เทพบนสวรรค์ ซึ่งน่าจะเริ่มขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 12 นอกจากนี้ขนมลาดูยังมีหลากหลายประเภท เช่น เบซานลาดู, โมทะกะลาดู, ราวาลาดู, แอตต้าลาดู ซึ่งแต่ละประเภทมีการถวายที่ต่างกันไป ขนมลาดูถือว่าเป็นขนมมงคลของอินเดียที่ทำเพื่อถวายแด่องค์เทพเจ้า เป็นศูนย์รวมใจและความเชื่อของชาวอินเดียมาช้านานแล้วตามตำนานกล่าวว่า พระพิฆเณศ ทรงโปรปรานขนมลาดูอย่างมาก เมื่อถึงช่วงเทศกาลบูชาพระพิฆเณศ ชาวอินเดียจะทำขนมลาดูและขนมมงคลอื่นๆเพื่อใช้บูชาเทพเจ้าและองค์พระพิฆเณศเพื่อให้บ้านอยู่เย็นเป็นสุข ดังนั้นขนมลาดูจึงเป็นที่นิยมของชาวอินเดียอย่างมาก…

ขนมอินเดีย

ขนมอินเดีย  ส่วนใหญ่มีรสชาติที่หวานจัด ดังนั้นจึงแนะนำให้ทานชาเข้าไปด้วยถึงจะแก้เลี่ยนได้

ขนมหวานแบบอินเดียนั้นชาวซิกข์กินได้ ชาวฮินดูก็กินได้ ส่วนชาวไทยต้องลองชิม เช่น ขนมลัดดูหรือโมทกะ ซึ่งเป็นขนมที่ใช้บูชาพระพิฆเณศ ทำจากแป้งถั่วปั้นกลม ซึ่งก็คือแป้งจะนา ทอดในน้ำมันเนย จากนั้นใส่น้ำตาลหรือน้ำเชื่อมแล้วทอดต่อจนสุก หรือลัดดูแบบนึ่งที่ทำจากแป้งข้าวเจ้าก็มี ซึ่งจะใช้มะพร้าวคลุกน้ำตาลปี๊บกับหญ้าฝรั่นเป็นไส้ ลองสังเกตดูดีๆ จะพบว่าท่านเป็นเทพองค์เดียวเท่านั้นที่ถือขนม แสดงว่าทรงโปรดลัดดูหรือที่ชาวแขกออกเสียงว่า “หล่าดู๊”

กุหลาบจามุน (KulabJamun) ก็เป็นขนมอีกอย่างที่ไม่ควรพลาด ขนมนี้ทำจากแป้งผสมนม ปั้นกลมๆ ทอดในเนยกี (Ghee) จากนั้นทำน้ำเชื่อมโดยใส่ลูกกระวานและน้ำดอกไม้เทศ พอน้ำเชื่อมอุ่นก็เทใส่กุหลาบจามุนที่ทอดไว้แล้ว เวลากินแนะนำว่าต้องกินคู่กับน้ำชา เพราะขนมชนิดนี้มีรสชาติหวานมาก ต้องค่อยๆ ลองชิมลองกินทีละน้อยๆ ขนมที่สามารถซดน้ำได้แบบอินเดียก็มี เช่น ราสมาลัย (Rasmalai) มีลักษณะเป็นก้อนชีสแช่ในนม ชีสอินเดียหรือปะนีร์ (Panir) จะมีเนื้อแน่นคล้ายกับเต้าหู้ ส่วนนมปรุงรสทำจากนม หรือครีมต้มกับน้ำตาล และผงกระวาน ขนมราสมาลัยนี้ก็ต้องค่อยๆ กินเช่นกัน เพราะถ้ากินมากอาจออกอาการอวบโดยไม่รู้ตัวได้

ปัจจุบันขนมอินเดีย มีการดัดแปลงไปจากสูตรเดิมมาก การที่จะได้รับประทานขนมหวานสูตรดั้งเดิมจริงๆ อาจจะยากสักหน่อย ซึ่งถ้าใครที่ต้องการลิ้มรสขนมอินเดียที่เป็นสูตรต้นตำรับจริงๆ อาจจะต้องวานเพื่อนชาวอินเดียที่เคยได้ชิมรสชาติแบบดั้งเดิมนั้น ให้ช่วยหามาให้ทานน่าจะดีที่สุด…