แม่น้ำคงคา แม่น้ำอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวอินเดีย

แม่น้ำคงคา เป็นแม่น้ำสายสำคัญของอินเดียซึ่งมีต้นน้ำมาจากเทือกเขาหิมาลัยและไหลผาดผ่านตั้งแต่ทางภาคเหนือของอินเดียและเทือกเขาหิมาลัยไหลลงมายังทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียไปทางตะวันออก และไหลลงรวมกับแม่น้ำพรหมบุตรที่บังกลาเทศและไหลออกสู่อ่าวเบงกอลในมหาสมุทรอินเดีย รวมความยาวทั้งสิ้น 2,510 กิโลเมตร แม่น้ำคงคาจัดว่าเป็นแม่น้ำที่ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชาวฮินดู ซึ่งจะมีพิธีกรรมทางศาสนาต่างๆที่จะเกิดขึ้นในแม่น้ำแห่งนี้โดยเฉพาะตามเมืองใหญ่ๆของอินเดียที่แม่น้ำไหลผ่านซึ่งประชาชนชาวอินเดียจะใช้แม่น้ำนี้ในการทำพิธีกรรมทางศาสนาตามความเชื่อของพวกเขาโดยชื่อของแม่น้ำนั้นตั้งตามพระนามของพระแม่คงคา พระชายาของพระศิวะ ผู้ที่ปกป้องรักษาแม่น้ำแห่งนี้นอกจากนี้พระแม่คงคายังเป็นที่นับถือของชาวพุทธเช่น ไทย และอื่นๆอีกด้วยซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้ปกป้องผืนน้ำ ซึ่งชาวฮินดูจะใช้แม่น้ำนี้ในการอาบ ชำระร่างกาย ตามความเชื่อว่าจะทำให้ร่างกายบริสุทธิ์นอกจากการอาบน้ำแล้ว ยังมีการใช้ล้างหน้า ดื่มกิน รวมถึงการเผาศพซึ่งจะนำเถ้ากระดูกของคนตายมาโปรยลงในแม่น้ำตามความเชื่อที่ว่าคนตายจะได้รับใช้พระแม่คงคา นักวิทยาศาสตร์เห็นว่าแม่น้ำคงคาเป็นแม่น้ำสายหนึ่งที่มีมลพิษและความสกปรกมากที่สุดในโลก แต่ทว่าในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์พบว่าในแม่น้ำคงคานั้นมีลักษณะพิเศษกว่าแม่น้ำอื่นๆบนโลก คือ มีปริมาณออกซิเจนในน้ำสูงและมีจุลินทรีย์ที่สามารถกินไวรัสรวมถึงเชื้อแบคทีเรียได้อีกด้วยซึ่งมาจากของเสียที่ปล่อยลงแม่น้ำ นั่นพบว่าแม่น้ำคงคาสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพปกติมากถึง 25 เท่า…

ป้อมอาเมร์

ป้อมอาเมร์ หรือ ป้อมแอมเบอร์ เป็นป้อมปราการและพระราชวังถูกสร้างขึ้นในปี 1592 ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ เมืองอาเมร์ ชานเมืองชัยปุระ รัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย เมืองเล็กๆที่มีพื้นที่มี 4 ตารางกิโลเมตร ป้อมอาแมร์เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของอินเดียและจัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของชัยปุระ มีลักษณะที่โดดเด่นทั้งสถาปัตยกรรมที่สวยงามและป้อมตั้งอยู่บนผาหินทะเลสาบที่สวยงาม ป้อมอาแมร์ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1592 สร้างโดยมหาราชา มาน สิงห์ที่ 1 ซึ่งป้อมแห่งนี้มีจุดเด่นตรงสถาปัตยกรรมที่สวยงามซึ่งผสมผสานกันระหว่างศิลปะฮินดูและศิลปะราชปุต และเป็นป้อมปราการที่แน่นหนาและมีความแข็งแรงคงทนอย่างมากพร้อมประตูทางเข้าหลายแห่ง ถนนที่ปูด้วยหินหลายสาย ซึ่งเมื่ออยู่บนป้อมแล้วสามารถมองเห็นทะเลสาบเมาตาได้อย่างชัดเจนบริเวณด้านหน้า ความสวยงามของบรรยากาศของป้อมอาเมร์นั้นซ่อนอยู่ภายในกำแพงเมืองที่แบ่งเป็นทั้งหมด 4 ชั้น แต่ละชั้นคั่นด้วยทางเดินกว้างอย่างสวยงามภายในพระราชวังเป็นที่ตั้งของเหล่าหมู่พระที่ทำขึ้นจากหินทรายสีแดงและหินอ่อนอย่างงดงาม โดยภายในประกอบด้วยส่วนต่างๆทั้งหมด 6 สถานที่ ได้แก่ ดิวัน-อิ-อัม ท้องพระโรง, ดิวัน-อิ-กัส ท้องพระโรงส่วนพระองค์, ชีชมาฮาล พระตำหนักซึ่งประดับด้วยกระจกสำหรับมหาราชา,  จัย มานดีร์ เป็นพระตำหนักบนชั้นสอง, อารัม บักห์ สวนส่วนพระองค์มีลักษณะเป็นดาวรูปแฉกคั่นระหว่างอาคาร, สุกห์นิวาส พระตำหนักปรับอากาศที่รับอากาศเย็นจากธรรมชาติ ซึ่งมีลักษณะเป็นการออกแบบให้ทิศทางลมเป่าผ่านรางน้ำตกซึ่งทำให้ภายในมีอากาศเย็นตลอดเวลา นอกจากนี้ป้อมแห่งนี้ยังถูกเรียกอีกชื่อว่า พระราชวังอาแมร์…

ป้อมชยครห์ ป้อมปราการแห่งชัยปุระ

ป้อมชยครห์ เป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของอินเดีย ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาชีลกาทีลา หรือ เขาแห่งอินทรี ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองชัยปุระ ในรัชราชสถาน ประเทศอินเดีย และอยู่ใกล้กับป้อมอาแมร์ในเมืองอาแมร์ แต่ตั้งอยู่บนเขาที่สูงกว่า ปัจจุบันเป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของอินเดียและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของอินเดีย ป้อมชยครห์เป็นป้อมที่อยู่สูงบนเทือกเขาซึ่งเมื่อมองจากด้านล่างจะเห็นวิวทิวทัศน์ของเทือกเขาด้านล่างอย่างชัดเจนเช่น เมืองอาแมร์และทะเลสาบเมาตาป้อมแห่งนี้จัดว่ามีความสวยงามและโดดเด่นไม่แพ้ป้อมอาแมร์ซึ่งมีการสร้างและสถาปัตยกรรมที่คล้ายกันโดยชาวอินเดียแถบเรียกป้อมนี้ว่า ป้อมชัย ซึ่งมาจากชื่อเต็มว่า ป้อมชัยชนะ ป้อมชยครห์ สร้างขึ้นหลังจาก ป้อมอาแมร์ ราว 200 ปี โดยเริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 1726 สมัยมหาราชาสะหวายจัย สิงห์ที่ 2 โดยจุดประสงค์ในการสร้างป้อมแห่งนี้คือ ใช้เพื่อป้องกันป้อมอาแมร์เบื้องล่างซึ่งเป็นพระราชฐานส่วนพระองค์ ป้อมแห่งนี้มีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตรวัดจากทิศเหนือจรดทิศใต้และกว้าง 1 กิโลเมตรซึ่งป้อมนี้ถูกใช้เป็นที่ตั้งของปืนใหญ่และคลังอาวุธโดยเฉพาะปืนใหญ่ชื่อว่า ชัยวนา ที่มีน้ำหนักถึง 50 ตัน ซึ่งถือว่าเป็นปืนใหญ่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกสมัยนั้นและสามารถเคลื่อนย้ายได้โดยล้อ นอกจากนี้ภายในป้อมยังคงออกแบบและถูกสร้างขึ้นมาอย่างสวยงามรวมถึงมีการแบ่งเป็นพระตำหนักต่างๆภายในเช่น ลักษมีวิลาส, ลลิตมนเทียร, วิลาส และ อารามมนเทียร ซึ่งพระตำหนักทั้งหมดนี้ถูกใช้สำหรับพระราชวงศ์เวลาเสด็จมาประทับที่ป้อมแห่งนี้ ปัจจุบันป้อมนี้ถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม…

หริมันทิรสาหิบ

หริมันทิรสาหิบ เป็นคุรุทวาราที่สำคัญที่สุดซึ่งเป็นวิหารของศาสนาซิกข์ หริมันทิรสาหิบ หรือ เรียกสั้นๆว่า วิหารทองคำ ตั้งอยู่ที่เมืองอมฤตสาร เมืองหลวงของแคว้นปัญจาบ ทางภาคเหนือของประเทศอินเดีย สถานที่แห่งนี้จัดว่าเป็นสถานที่ที่สวยงามที่สุดและโดดเด่นที่สุดของเมืองตัววิหารถูกสร้างขึ้นจากทองคำบริสุทธิ์เกือบทั้งหลังจะเห็นเป็นวิหารสีทองเหลืองอร่ามสวยงามและมีอาคารสถาปัตยกรรมที่สวยงามมาก วิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1604 ต่อมาในปี 1764 วิหารแห่งนี้ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เพื่อให้มีความสวยงามยิ่งขึ้น โดยตัววิหารนี้ตั้งอยู่กลางออกไปในแม่น้ำ ซึ่งเมื่อมองดูแล้วเหมือนวิหารตั้งอยู่กลางน้ำอย่างโดดเด่น ในวันที่อากาศแจ่มใสจะมองเห็นวิหารส่องสว่างสีทองสวยงามและในช่วงเวลากลางคืนก็จะมีการประดับไฟสวยงามมาก หริมันทิรสาหิบ มีทางเข้าทั้ง 4 ด้านเป็นความหมายของการแสดงถึงการเปิดรับของศาสนาซิกข์นั้นเองและยิ่งในช่วงเวลาตอนกลางคืนเมื่อมีแสงไฟสองมาที่ตัวของวิหารทองแล้ว ยิ่งทำให้เกิดความสวยงามมากขึ้น นั้นทำให้วิหารแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในวิหารที่สวยที่สุดในโลก นอกจากนี้ภายในวิหารมีจำนวน 2 ชั้นสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ซึ่งภายในก็มีสถาปัตกรรมที่โดดเด่นและจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามมากโดยเปิดให้ประชาชนเยี่ยมได้เพียงชั้น 2 เท่านั้นสำหรับด้านบนดาดฟ้าไม่อนุญาตให้เข้าชม นอกจากนี้ด้านบนยังประกอบด้วยโดมทั้ง 4 ด้านและมีโดมขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง นอกจากสถานที่แห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว วิหารหริมันทิรสาหิบยังคงใช้เป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนาด้วย…

ทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานความรักที่สวยงามที่สุดในโลก

ทัชมาฮาล เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของอินเดียและจัดว่าเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรักที่โดดเด่นที่สุดในโลก ทัชมาฮาลตั้งอยู่ที่เมืองอัครา ประเทศอินเดีย ถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2526 และได้รับการจัดว่าเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ ทัชมาฮาล ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรักที่เกิดขึ้นกับมหาราชแห่งอินเดีย สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2174 หรือ ปี ค.ศ. 1631 ในสมัยสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมกุล สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่มั่นคงต่อพระมเหสีของพระองค์ ซึ่งก่อนจะขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ในช่วงที่พระองค์ยังเป็นเจ้าชายทรงหลงรักหญิงสาวผู้หนึ่งซึ่งเป็นบุตรตรีของรัฐมนตรี ด้วยใจรักที่บริสุทธิ์ทั้งสองจึงอภิเสกสมรสในปี 1612 ต่อมาพระมเหสีได้สิ้นพระชนม์หลังให้กำเนิดทายาทองค์ที่ 14 ทำให้สมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน โศกเศร้าเสียใจอย่างมากพระองค์จึงสร้างทัชมาฮาลเพื่อใช้เป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงความรักที่มีต่อพระมเหสีของพระองค์ จากข้อมูลทางประวัติศาสตร์กล่าวว่า สมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน ทรงสูญเสียราชสมบัติส่วนใหญ่เพื่อใช้ในการสร้างอนุสรณ์แห่งความรักนี้จนทายาทของพระองค์ตั้งจำจองพระองค์ในที่แห่งนี้ ตามตำนานกล่าวว่าพระองค์ถูกจองจำเป็นเวลา 8 ปี จนกระทั่งสวรรคตในปี 1666 โดยมีเรื่องเล่าว่าพระองค์หยิบเศษกระจกภายในและปลิดพระชนม์ชีพของตัวเอง โดยพระศพของพระองค์ถูกฝังในทัชมาฮาล เคียงข้างพระมเหสีซึ่งพระองค์ไม่เคยลืม ปัจจุบันทัชมาฮาลเป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นมากแห่งหนึ่งของอินเดียเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก…

ป้อมแดง

ป้อมแดง หรือ ลา คิลลาห์ หรือลาล คิลา เป็นป้อมปราการที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17  ในสมัยจักรวรรดิโมกุล สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน ซึ่งตั้งอยู่ภายในเขตกำแพงเมืองของเดลีเก่า ปัจจุบันป้อมแดงตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของเมืองเดลี ในสมัยก่อนป้อมแดงถูกใช้เป็นสถานที่ประทับของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์โมกุลนอกจากนี้ยังสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ของเมืองหลวงในรัชสมัยสมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน ซึ่งในตอนนั้นถูกใช้ชื่อว่า ชาห์ชะฮันนาบาด ซึ่งจุดประสงค์ของพระองค์เพื่อสร้างให้เป็นสถานที่ที่มีความสวยงามและความอลังกาลบ่งบอกถึงเศรษฐกิจที่ดีที่สุดในประเทศในสมัยนั้น นอกจากนี้ยังใช้เป็นสถานที่ประทับส่วนพระองค์เมื่อเสด็จมายังเมืองนี้ซึ่งพระองค์ทรงพอพระทัยอย่างมาก ป้อมแดงถูกใช้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน จนถึงปี 1857 เป็นช่วงการปกครองโดยรัฐบาลอินเดียซึ่ง สมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน เสด็จลี้ภัยจากรัฐบาลของบริติชอินเดีย ป้อมแดงตั้งอยู่ริมแม่น้ำยมุนา ซึ่งเป็นที่มาของน้ำภายในคูเมืองโดยรอบกำแพงเมืองของป้อมบริเวณกำแพงเมืองทางมุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือนั้นติดกับป้อมที่เก่ากว่า มีชื่อว่า “ป้อมซาลิมการห์” สร้างในรัชสมัยของสุลต่านอิสลามชาห์สุรี ในปีค.ศ. 1546 โดยการก่อสร้างป้อมแดงนั้นใช้เวลาตั้งแต่ค.ศ. 1638 จนถึงเสร็จสิ้นเมื่อค.ศ. 1648 ต่อมาได้มีการปรับปรุงต่อเติมครั้งใหญ่ๆในรัชสมัยของสมเด็จพระจักรพรรดิออรังเซพ และประปรายในรัชสมัยถัดๆมา ในปัจจุบันป้อมแดงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก ในปีค.ศ. 2007…

อาหารท้องถิ่น อินเดีย

วันนี้เรามอบความรู้เรื่องราวเกี่ยวกับอาหารอินเดียท้องถิ่นกันแน่นอนว่า ในอินเดียมีหลากหลายท้องถิ่นหลากหลายรัฐและเรื่องของอาหารก็มีหลากหลายด้วยเหมือนกัน วันนี้เรามาทำความรู้เรื่องราวของอาหารท้องถิ่นในแถบประเทศอินเดีย กับอาหารเมฆาลัย เป็นอาหารอินเดียท้องถิ่นในรัฐเมฆาลัยเป็นรัฐที่อยู่ในทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ชาวเมฆาลัยเป็นชนเผ่ามองโกลอยด์ อย่างที่บอกเลยว่ามีอาหารที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเลยจริงๆที่แตกต่างจากรัฐอื่นๆในอินเดียด้วยโดยพวกเขาก็จะมีอาหารหลักเป็นข้าวกินกับเนื้อสัตว์และปลารสเผ็ดที่จัดจ้านเหลือเกิน พวกเขาก็ยังนิยมรับประทานสัตว์อย่าง แพะ หมู ไก่ เป็ดและเนื้อวัว ที่สามารถออกมาเป็นหลากหลายเมนูที่พวกเขาชื่นชอบและรับประทานกันเป็นประจำ โดยพวกเขาก็จะมีอาหารยอดนิยมได้แก่ จาโดห์ คี คปู ตัง-ตอห์ และหน่อไม้ดอง ที่พวกเขาทำออกมาได้รสชาติที่จัดจ้านเหลือเกิน พวกเขาก็นิยมดื่มเบียร์ที่ผลิตจากข้าวหมักซึ่งพวกเขาก็นิยมทานในงานพิธีกรรมทางศาสนาและงานเฉลิมฉลองต่างๆอีกด้วย และที่นี่แน่นอนว่าประชาชนที่อาศัยอยู่ที่นั้นก็มีสภาพอากาศที่ฝนตกบ่อยเป็นอย่างมากที่สุดในโลกและเป็นสถานที่ที่มีความชื้นแฉะมากที่สุดอีกด้วย รัฐเมฆาลัย เป็นรัฐในประเทศอินเดียที่มีความโดดเด่นในเรื่องของอาหารเป็นอย่างมาก เป็นอาหารท้องถิ่นที่ทำให้แอดมินรู้สึกได้ถึงสีสันหน้าตาน่ารับประทานเป็นอย่างและน่าจะมีรสชาติที่ยอดเยี่ยม ถ้าได้ไปอินเดียจะลองไปชิมอาหารอินเดียในรัฐๆนี้อย่างแน่นอน กับอาหารเมฆาลัย

 

 

 

 

 

 

 

 

 …

ร้าน Indiafood

ของดีไม่จำเป็นต้องอยู่ในตามห้างสรรพสินค้า ต้องบอกเลยว่าร้านอาหารอินเดียร้านนี้ก็ทำอร่อยเช่นเดียวกับร้านหรูหราเลยกับร้านที่ชื่อว่า อินเดียนฟู้ด เป็นร้านเล็กที่อยู่ในตึกแถวบนถนนเจริญนคร 17 แน่นอนว่าใครที่เป็นสายสัญจรขาจรก็ตามถ้าหิวแล้วไม่รู้ว่าจะกินอะไรละก็เราขอแนะนำร้านนี้ร้านอาหารอินเดียที่ต้องบอกเลยว่า มีบรรยากาศร้านที่สบายๆโดยทาสีร้านเป็นสีเขียวให้เหมาะสมกับความเป็นอินเดียได้อย่างลงตัว ด้านในของร้านนี้ก็มีโต๊ะนั่งประมาณ 7-8 โต๊ะ มาร้านนี้ไม่ต้องกลัวร้อนเลย เพราะร้านนี้เปิดเครื่องปรับอากาศได้อย่างเย็นฉ่ำเลยจริงๆ ถ้าพูดถึงเรื่องราวของเมนูจะมีส่วนผสมของเนื้อไก่ กุ้ง ปลา เนื้อแพะ และเนื้อแกะ ในราคาจานละ 100-150 เท่านั้นเอง อีกหนึ่งเมนูอาหารอินเดียที่ใครๆก็บอกเลยว่าแต่ละเมนูอาหารอินเดียของเขาที่ทำให้ใครหลายคนนึกถึงนั้นก็คือเครื่องแกง ที่คนอินเดียเขานิยมทานเป็นหลักกินคู่กับ NAAN หรือแป้งกรอบๆ ที่ทำให้หลายคนต้องทานพร้อมความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารอินเดียเลยทีเดียวร้านนี้ถูกใจอย่างแน่นอนนะครับ  ถ้าพูดถึงเรื่องราวของราคาแล้วละก็บอกเลยว่าถูกแสนถูกจริงหากเปรียบเทียบจากร้านอินเดียทั่วไป  ใครที่ชอบทานอาหารอินเดียบอกเลยว่า ร้านนี้คุณไม่ควรพลาดเลยจริงๆ บอกเลยว่าคุ้มจริงอะไรจริง วัตถุดิบก็เต็มเหนี่ยว วิธีการทำก็ชัดเจน แน่นอนว่าคนอินเดียเขาลงทำเองเลยทีเดียว รับรองได้ถึงรสชาติความอร่อยถึงเครื่องเต็มๆ ของวัตถุดิบจากประเทศอินเดียนะครับ

 

 …

ร้าน INDIA HUT

ร้านอาหารอินเดียร้านนี้บอกเลยว่าเป็นอาหารที่เต็มไปด้วยบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมเลยจริง กับร้าน INDIA HUT ที่เป็นภัตตาคารอินเดียนแบบ fine-dining ที่พนักงานพร้อมต้อนรับทุกคนที่เข้ามาได้อย่างประทับใจเหลือเกิน ด้วยบรรยากาศแบบอินเดียแบบเข้มข้นจัดเต็มด้วยเมนูอาหารที่คุณจะต้องร้องว้าวกันเลยทีเดียวพนักงานบริการก็มีความสุภาพอย่างแน่นอน เรื่องของพนักงานที่นี่พูดไทยไม่ได้เลยจริงๆที่นี่ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับคนเข้ามารับประทานกัน เข้าได้เตรียมเมนูให้สั่งแถมยังให้บริการที่ไม่มีความบกพร่องเลยแม้แต่นิดเดียวเลย อินเดียฮัทที่นี่เป็นอาหารอินเดียทางตอนแหนือแบบแคว้นปัญจาบและอาหารฟิวชั่นอินเดีย-จีน มีลูกค้าทุกชาติก็มานั่งรับประทานอาหารอย่างคึกคักเลยทีเดียว แต่ละเมนูอาหารของที่นี่ รสชาติเยี่ยมยอดจริงๆ วิธีการทำก็ทำได้อย่างดีมากเลยจริงถูกต้องในเรื่องของรสชาติ และวัตถุดิบ ตั้งแต่เมนูเล็กๆน้อยๆอย่างโยเกิร์ต จนถึงผักต่างๆ ที่ทานแก้เลี่ยนอีกด้วย หรือข้าวที่ใช้นั้นก็เป็นข้าวบาสมาติ เม็ดเรียวยาว หอมร่วน แบบอินเดียเลยก็ว่าได้ ในส่วนของราคานั้นต้องบอกเลยว่าแรงไปหน่อยแต่ถ้าเรื่องของคุณภาพรสชาติและวัตถุดิบของร้านนี้บอกเลยว่าคุ้มเกินคุ้มจริงๆ แน่นอนว่ามีเมนูที่แนะนำของร้านนี้ไม่ว่าจะเป็น กุ้งมังกร  เคบับ ไก่ทันดูรี ข้าวหมกแพะ ได้เยอะมากๆจริงๆ ร้านนี้ตั้งอยู่ในบริเวณถนน สุรวงค์ ตรงข้ามโรงแรมมโนราห์เปิดบริการในทุกๆวันเวลา 11โมงเช้าไปจนถึง 5 ทุ่มเลยทีเดียว ที่ร้านแห่งนี้ก็ยังมีบริการสั่งและเดลิเวอร์ลี่ย์ส่งฟรีที่บ้านด้วยนะครับ

 

 …

ร้าน indus

ย่านสุขุมวิทเป็นย่านที่ต้องบอกเลยว่าเป็นอะไรที่ทำให้สะดุดตาเหลือเกินเป็นย่านย่านหนึ่งที่มีความสำคัญทางธุรกิจเป็นอย่างมากแน่นอนว่าจะต้องมีชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาอาศัยอยู่กันเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว แต่ที่นี่ก็มีชาวอินเดียที่เช้ามาอาศัยอยู่อย่างหนาตาเลยจริงๆ ถ้าพูดถึงเรื่องราวของร้านอินเดียอีกร้านหนึ่งที่ตั้งอยู่สุขุมวิทแล้วละก็ต้องที่นี่เลยเป็นอีกทีหนึ่งที่มีผู้ใช้บริการที่ต่างบอกเลยว่าเป็นอาหารที่มีคุณภาพรสขาติอร่อยอย่างแท้จริงเลย สำหรับร้านที่มชื่อว่า INDUS  ร้านอยู่ในซอย สุขุมวิท 26 ที่นี่แน่นอนว่าขายอาหารอินเดียทางตอนเหนืออย่าง ไก่ห่อแงในแบบมุมไบ  เคบับ และขาแกะในซอสโยเกิร์ต ที่หลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อร่อยจริงๆ ร้านนี้อาหารจานมังสวิรัติก็มีด้วยนะแน่นอนด้วยรสชาติที่ยอดเยี่ยมที่ทำให้หลายคนก็ติดใจกับอาหารร้านนี้อีกด้วย  ด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่นแบบบ้านๆเลยที่มีสวนหย่อม เหมาะสมมากที่สุดสำหรับในการรับประทานภายในร้านอาหารนี้เลย หรืออยากจะมาในโอกาสที่พิเศษก็มาได้เลยมีห้องส่วนตัวอีกด้วย ลูกค้าที่นี่มีชาวต่างประเทศทั้งนั้นเหมือนไม่ได้อยู่เมืองไทยเลย พนักงานที่นี่ก็ทำให้เราประทับใจในการบริการเป็นอย่างมาก สถานที่ก็ยอดเยี่ยมสะอาดเป็นดีเยี่ยมพร้อมด้วยความสวยงามอีกด้วยเป็นร้านมในดวงใจของใครหลายคนเลยก็ว่าได้ แต่ละเมนูบอกเลยว่าตกแต่งได้อย่างสวยงามและดูน่ารับประทานเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ใครอยากสัมผัสรสชาติมากันได้เลยที่ร้านนี้ อยู่ในซอยสุขุมวิท 26 ร้านเปิดสองช่วงเวลา 11.30-14.30 และเปิดอีกที 18.00- 22.30 น.

 

 

 

 …